วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

ที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง

หลังจากศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ที่ ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ได้ปิดลงอย่างเร่งด่วนเมื่อปี พ.ศ.2545 แล้ว นักศึกษาบางส่วนถูกส่งตัวไปยังประเทศที่สาม และบางส่วนก็ถูกส่งมาอยู่ที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อรอส่งตัวไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สามต่อไป

ผมพยายามค้นหาข้อมูลของบ้านถ้ำหิน จากเอกสาร หนังสือ และเว็บไซต์ต่างๆ แทบจะไม่มีข้อมูลอะไรที่เปิดเผยมากนัก ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ UNHCR Thailand ก็มีระบุเป็นภาพรวมๆ ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการ  ความเป็นอยู่  การจำแนกจำนวนผู้ลี้ภัย  อาหารการกิน การให้การศึกษา การสาธารณูปโภค การรักษาพยาบาลฯลฯ ในแต่ละแห่ง   แทบไม่มีรายละเอียดอะไรให้ทราบเลย   

จากข้อมูลระบุว่า  ในปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ลี้ภัยที่ลงทะเบียนแล้วเกือบ 102,000 คนและ ผู้ขอลี้ภัยอีก 12,500 คน ซึ่งส่วนมากเป็น ชนกลุ่มน้อยจากประเทศพม่า ส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงและกะเหรี่ยงแดง (กะยาห์) ผู้ลี้ภัยเหล่านี้อาศัย อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่งใน 4 จังหวัดของประเทศไทยบริเวณชายแดนไทย-พม่า ค่ายเหล่านี้ได้รับการดูแลจาก รัฐบาลไทยและได้รับความช่วยเหลือส่วนใหญ่จากองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ในขณะที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ก็ทำงาน ในค่ายเหล่านี้โดยเน้นหนักไปที่กิจกรรมการคุ้มครองเพื่อทำให้ผู้ลี้ภัยได้อยู่อาศัยอย่างปลอดภัยในค่าย


ที่มาของภาพ
http://www.unhcr.or.th/sites/default/files/unhcr-map_th.gif

พื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง ใน 4 จังหวัด
ยอดรวมผู้ลี้ภัย 102,000 คน (แยกเป็นกะเหรี่ยง  87,000 คน และกะเหรี่ยงแดง 15,000 คน)
  1. บ้านใหม่ในสอย อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 18,327 คน
  2. บ้านแม่สุรินทร์ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 3,611 คน
  3. บ้านแม่ลามาหลวง อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 13,891 คน
  4. บ้านแม่ละอูน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 13,956 คน
  5. บ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง  จ.ตาก จำนวน 31,459 คน
  6. บ้านอุ้มเปี้ยม อ.พบพระ จ.ตาก จำนวน 13,098 คน
  7. บ้านนุโพ อ.อุ้มผาง จ.ตาก จำนวน 10,278 คน
  8. บ้านต้นยาง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี จำนวน 3,378 คน
  9. บ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จำนวน 4,871 คน

บ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
ที่มาของภาพ
 http://deadwood48.multiply.com/photos/album/9/9##photo=4

ผู้ลี้ภัย ไม่ใช่แรงงานต่างด้าว
ผู้ลี้ภัย หมายถึง บุคคลที่จำเป็นต้องทิ้งประเทศบ้านเกิดของตนเอง เนื่องจากความหวาดกลัวการถูกประหัตประหาร หรือได้รับการคุกคามต่อชีวิต ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างรวมไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ บ้านเรือน และแม้แต่ครอบครัว ผู้ลี้ภัย แตกต่างจากแรงงานต่างด้าวเพราะแรงงานต่างด้าวเดินทางออกนอกประเทศของตนโดยสมัครใจเพื่อหาโอกาสทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ ผู้ลี้ภัยไม่อาจพึ่งพาความคุ้มครองจากรัฐบาลของตนเอง พวกเขาถูกบังคับให้หนีจากประเทศของตนเอง จึงจำเป็นที่ประชาคมนานาชาติต้องให้ความช่วยเหลือ และให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัยเหล่านั้น



ที่มาข้อมูล
UNHCR Thailand. (2554). ผู้ลี้ภัยในประเทศไทย. [Online]. Available :http://www.unhcr.or.th/th/refugee/thailand. [2554 เมษายน 21 ].



อ่านต่อ >>

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนจบ การบริหาร-การสนับสนุน และอวสานของศูนย์

ต่อจาก
ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนที่ 1 กำเนิดศูนย์
ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนที่ 2 ใครบ้างอยู่ในศูนย์ฯ
ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนที่ 3 อยู่กันอย่างไรในมณีลอย


โครงสร้างการบริหารงานของศูนย์ฯ
มีเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สังกัดสำนักงานจังหวัดราชบุรี เป็นหัวหน้าศูนย์  แบ่งงานออกเป็น 6 งาน คือ งานอำนวยการ งานทะเบียน งานบริหารการเงิน งานอนามัย  งานสงเคราะห์และสวสัดิการ  และงานรักษาความสงบเรียบร้อย โดยการบริหารงานนั้น ขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ผ่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีที่ได้รับมอบหมาย และประสานงานแนวนอนกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี และนายอำเภอปากท่อ



บทบาทการช่วยเหลือขององค์การเอกชนและ UNHCR
ประเทศตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลีย รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศ อาทิ UNHCR ได้ให้ความสนใจปัญหานักศึกษาพม่าและเรียกร้องมิให้ไทยทำการผลักดันนักศึกษาพม่า กลับประเทศจนกว่าสถานการณ์ในพม่าจะมีความปลอดภัย โดยองค์การระหว่างประเทศและองค์การเอกชนจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยองค์การต่างๆ ได้แก่
  • ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR (United Nations High Commissioner for Refugees) ให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายประจำเดือนแก่นักศึกษา ผู้ใหญ่คนละ 800 บาทต่อเดือน เด็กอายุ 15-18 ปี คนละ 400 บาทต่อเดือน เด็กอายุไม่เกิน 14 ปี คนละ 200 บาทต่อเดือน ค่าอาหารทั้งที่ประกอบเลี้ยง 3 มื้อ และอาหารแห้งสำหรับนักศึกษาอีกส่วนหนึ่งที่เข้าอยู่ภายหลังเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2542 เป็นต้นมา ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างที่พัก อาคารประกอบและสิ่งสาธารณูปโภคอื่นๆ ตามสมควร 
  • สำนักงานคาทอลิกสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ลี้ภัย หรือ COERR (Catholic  Office for Emergency Relief and Refugees) โดยกระทรวงมหาดไทยได้อนุญาตให้องค์การนี้ เข้าช่วยเหลือนักศึกษาพม่าในศูนย์ด้วยการบริการด้านการศึกษา การฝึกอาชีพ การเรียนภาษาอังกฤษ พิมพ์ดีด คอมพิวเตอร์ การฝึกอาชีพช่างซ่อมเครื่องยนต์
  • IRC (International Rescue Committe) ได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยดำเนินการช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้น  และด้านสาธารณูปโภค เช่น การกำจัดขยะ การบำบัดน้ำเสีย  

การเดินทางไปประเทศที่สาม
หลังจากนักศึกษาพม่ารายงานตัวเข้าขอพักอาศัยในศูนย์มณีลอยแล้ว จะมีการทำทะเบียนประวัติและผ่านกระบวนการทางกฏหมายไทยก่อน หลังจากนั้น UNHCR จึงรับตัวไปสัมภาษณ์ โดยในเบื้องต้นจะถามความสมัครใจของนักศึกษาก่อนว่าจะไปอยู่ประเทศใด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จากสถานฑูตหรือกงศุลของประเทศนั้นๆ จะทำการสัมภาษณ์ซ้ำอีกครั้ง เพื่อแยกประเภทบุคคลเข้าสู่ระบบงานที่พึงประสงค์ของประเทศเขา เมื่อมีอุปสงค์และอุปทานสอดรับกัน UNHCR ก็จะดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารที่จะประกอบการเดินทางไปประเทศที่สามทั้งหมดให้นักศึกษา แล้วกำหนดวันเดินทาง โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมด UNHCR เป็นผู้จ่ายให้

ข้อมูล ณ เดือนเมษายน พ.ศ.2543 มีบุคคลสัญชาติพม่าที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์มณีลอย เดินทางไปตั้งถิ่นฐาน ณ ประเทศที่สาม จำนวน 2,225 คน แยกได้ดังนี้
  • ประเทศสหรัฐอเมริกา  จำนวน 1,049 คน
  • ประเทศแคนาดา จำนวน 661 คน
  • ประเทศออสเตรเลีย จำนวน 510 คน
  • ประเทศสวีเดน จำนวน 4 คน
  • ประเทศอังกฤษ จำนวน 1  คน 

วีรกรรมของนักศึกษาพม่า ในบ้านมณีลอย
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2542 เวลาประมาณ 11:45 น. กลุ่มนักศึกษาพม่าที่ใช้ชื่อว่า Vigorous Burmese Student Warrior (VBSW) จำนวน 5 คน ใช้อาวุธสงครามบุกยึดสถานเอกอัครราชฑูตเมียนมาร์ประจำประเทศไทย จับตัวเจ้าหน้าที่สถานฑูต คนงานและผู้ที่มาติดต่อสถานฑูตทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติๆไว้จำนวน 89 คน

นักศึกษา 2 ใน 5 คนนั้น  เป็นนักศึกษาที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์นักศึกษาพม่าบ้านมณีลอย คือ Mr.Kyaw Nee (จอห์นนี่) และ Mr.Myint Oo หรือ Mr.Myint Thein (ปรีดา)

เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ชื่อ "บ้านมณีลอย" โด่งดังในสังคมข่าวสารอย่างรวดเร็ว ม.ร.ว.สุขมพันธ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศ และนายชัยพฤกษ์  แสวงเจริญ อดีตหัวหน้าศูนย์นักศึกษาพม่าบ้านมณีลอย ต้องยอมเป็นตัวประกันแทนผู้ถูกจับทั้ง 89 คน นั่งเฮลิคอปเตอร์นำนักศึกษาพม่าทั้ง 5 คน ไปส่งที่รอยต่อชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2542

และต่อมา  เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2543 Mr.Myint Oo หรือ Mr.Myint Thein (ปรีดา) ได้ดำเนินการก่อเหตุร้ายแรงอีกครั้งหนึ่ง โดยพาพวกกองกำลังกองทัพพระเจ้า (God's Army) จำนวน 10 คน บุกเข้ายึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี และถูกทางการจู่โจมจับตายทั้งหมดเมื่อ 25 มกราคม 2554
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน ก๊อดอามี่บุกยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี)


อวสานศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย
ตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2535 เป็นต้นมา นักศึกษาพม่าล้วนสร้างความเดือดร้อนมาโดยตลอด ขาดระเบียบวินัย ไม่เคารพกฎกติกา มีการหลบหนีออกจากศูนย์ไปก่อเหตุร้ายต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว นอกจากนั้นยังสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านโดยรอบศูนย์ มีการลักเล็กขโมยน้อย ขโมยผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านที่ปลูกไว้ในเรือกสวน ไร่ นา ของมีค่าในบ้านก็ถูกโจรกรรม กลางคืนชาวบ้านต้องคอยระวังทรัพย์สิน ต้นไม้ในที่สาธารณะถูกตัดทำลายเพื่อนำไปสร้างเพิงพักอาศัย   

นายหล้า สุขวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านมณีลอย ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เล่าถึงเหตุการณ์สมัยที่ศูนย์นักศึกษาพม่าบ้านมณีลอยยังเปิดทำการอยู่ ให้ผู้สื่อข่าว น.ส.พ.คม ชัด ลึก เมื่อประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ฟังว่า

"สมัยที่ศูนย์นักศึกษาพม่าเปิดทำการ ชาวบ้านในมณีลอยนอนผวาทุกคืน ข้าวของ พืชไร่ ถูกขโมยไม่เว้นวัน ลูกเด็กเล็กแดงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเผลอไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่มีบ้านอยู่ใกล้ศูนย์เดือดร้อนถูกข่มขู่ ขนาดผมเป็นผู้ใหญ่บ้าน ยังไม่วายถูกพวกเขาข่มขู่เลย...... 

....ชาวพม่าที่เข้ามาอยู่ในศูนย์ในเวลานั้น ส่วนใหญ่มีนิสัยดื้อรั้นเกเร เอาแต่ใจตัวเอง ไม่เชื่อฟังใคร ทางการห้ามออกจากศูนย์ ก็ฝ่าฝืน จนเจ้าหน้าที่ยูเอ็นต้องลงโทษโดยการไม่จ่ายเงินรายเดือน พวกเขาก็รวมตัวกันขู่จะทำร้าย   เจ้าหน้าที่บางรายถูกล้อมที่พัก ถูกขู่จะเผาบ้านพักก็มี ส่วนชาวบ้านไม่ต้องพูดถึง เดือดร้อนกันอย่างหนัก...

.....ตอนนั้นผมไม่เข้าใจว่าเอาศูนย์นี้มาตั้งในหมู่บ้านผมทำไม เราเคยอยู่กันอย่างสงบ แต่พอศูนย์เปิดทำการก็ต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา คิดดูเถอะพวกเขามีหลายพันคนขณะที่คนในหมู่บ้านเราทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมกันแล้วมีไม่ถึงพัน หากเกิดปัญหาขึ้นมาเราก็ตายกับตาย"

ศูนย์นักศึกษาพม่าบ้านมณีลอยถูกชาวบ้านใน อ.ปากท่อ ต่อต้านอย่างหนัก จนรัฐบาลต้องดำเนินการปิดศูนย์อย่างเร่งด่วนในปี พ.ศ. 2545 โดยนักศึกษาบางส่วนถูกส่งตัวไปยังประเทศที่สาม ที่เหลือถูกส่งมาอยู่ที่ศูนย์อพยพบ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อรอส่งตัวไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สามต่อไป

รวมระยะเวลาที่ศูนย์มณีลอยเปิดให้นักศึกษาพม่าได้พักพิง มาเป็นจำนวนทั้งสิ้นเกือบ 10 ปี



ที่มาข้อมูล
  • คม ชัด ลึก. (2551). พลิกแฟ้ม : ปิดฉากศูนย์ มณีลอย อวสานกองกำลังก็อดอาร์มี.[Online]. Available :http://news.sanook.com/scoop/scoop_325931.php. [2554 เมษายน 1 ].
  • ปรีชา  เรืองจันทร์. (2543). ก๊อดอามี่  มณีลอย ปลุกราชบุรีเขย่าโลก. ราชบุรี : ธรรมรักษ์การพิมพ์

อ่านต่อ >>

ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนที่ 3 อยู่กันอย่างไรในมณีลอย

ต่อจาก
ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนที่ 1 กำเนิดศูนย์
ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนที่ 2 ใครบ้างอยู่ในศูนย์ฯ

เนื่องจากพื้นฐานสังคมพม่ามีชนกลุ่มน้อยมาก จึงมีการแยกกลุ่มต่างๆ ในศูนย์มณีลอยอย่างชัดเจน เช่น โรงเรียนก็แบ่งเป็นโรงเรียนมอญ พม่า กะเหรี่ยง และโรงเรียนรวม วัดก็แบ่งเป็นวัดพม่า วัดมอญ การตั้งกระท่อมอยู่แยกจากอาคารที่ UNHCR จัดทำให้ ก็จะแยกกลุ่มกันชัดเจน กิจกรรมต่างๆ เช่น กีฬาหรืองานส่วนกลางอื่นๆ ก็จะแยกกันทำ เมื่อแยกเป็นกลุ่มหลายกลุ่ม จึงเป็นเหตุให้มีการขัดแย้งกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่มมอญกับพม่า ค่อนข้างรุนแรงมากถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันเลยก็มี

ลักษณะนิสัยของนักศึกษาภายในศูนย์ ค่อนข้างกร้าวร้าว ดื้อดึง ดันทุรัง หากคิดทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ จะเอาอะไรต้องเอาให้ได้ ไม่คำนึงถึงระเบียบ กฎเกณฑ์ที่มี ไม่เคารพกติกา บางครั้งไม่ให้เกียรติประเทศไทยและคนไทย เพราะเขาเชื่อว่าประเทศไทยเคยอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าสมัยกรุงศรีอยุธยา การปกครองกันเองภายในกลุ่มค่อนข้างเผด็จการ หากผู้นำกลุ่มคิดหรือสั่งให้ทำอะไร ต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หากใครบิดพลิ้วหรือปฏิบัตินอกแนวทางจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง และถูกต่อต้านในสังคมของหมู่พม่า บางครั้งถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกายกันเลยทีเดียว

กลุ่มนักศึกษาพม่าที่อยู่ในศูนย์ มักนอนตื่นสายมาก การประกอบอาหาร ทาง UNHCR มีอาหารปรุงสำเร็จไว้บริการ 3 มื้อ และมีอาหารอีกส่วนหนึ่งเป็นอาหารสด แจกให้ไปปรุงเอง โดยกำหนดแจกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง  มีอุปกรณ์การปรุงให้พร้อมทุกอย่าง เช่น เตา ถ่าน น้ำมัน ข้าว น้ำปลา เนื้อหมู ผัก ไข่ไก่ เป็นต้น

การเรียนหนังสือ
การเรียนหนังสือจะมีโรงเรียนกลางหรือโรงเรียนรวม ดำเนินการโดยสำนักงานคาทอลิกสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ลี้ภัย (Catholic Office for Emergency Relief and Refugees - COERR) สอนทั้งวิชาการและวิชาชีพ โดยมีอาสาสมัครช่วยสอน มีภาษาอังกฤษ ฝึกอาชีพ พิมพ์ดีด คอมพิวเตอร์ ช่างซ่อมเครื่องยนต์  นอกจากนั้นนักศึกษาแต่ละกลุ่มยังได้แบ่งไปเรียนตามโรงเรียนมอญ กะเหรี่ยงและพม่า แยกจากกันทำการสอนศิลปวัฒนธรรมและภาษาของแต่ละเชื้อชาติกันเอง การศึกษาทั้งหมดเป็นแบบให้เปล่า ส่วนกิจกรรมทางศาสนาก็เหมือนสังคมภายนอกทั่วไป มีทั้งวัด โบสถ์ และสุเหร่า โดยวัดแยกออกเป็นวัดมอญกับวัดพม่า มีพระสงฆ์รวม 15 รูป  

การสาธารณสุข
การเจ็บไข้ได้ป่วยรักษาฟรีทั้งหมด โดยหน่วยงาน International Rescue Committe (IRC) เป็นผู้ดูแล  การรักษาเบื้องต้น  หากเกินความสามารถ จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลของอำเภอ หรือโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีต่อไป ค่ารักษาพยาบาลทาง UNHCR จะรับผิดชอบจ่ายให้ทั้งหมด


สวัสดิการอื่นๆ
ศูนย์พยายามไม่ปล่อยนักศุึกษาเหล่านี้มีเวลาว่าง ป้องกันไม่ให้เกิดอาการกร้าวร้าวและฟุ้งซ่าน  จึงพยายามจัดกิจกรรมต่างๆ ให้ทำอย่างต่อเนื่อง แม้ว่านักศึกษาเหล่านี้จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม เช่น การกีฬา การฝึกอบรม การสัมภาษณ์ (เตรียมไปประเทศที่สาม) การสำรวจความต้องการ การสอบถามปัญหาความเป็นอยู่ การตรวจสอบรายบุคคล การเช็คชื่อเป็นรายอาคาร การคุ้มเข้มบุคคลเป้าหมาย ฯลฯ

ส่วนเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มและของจำเป็นในชีวิต ทางศูนย์ฯ ก็จะจัดให้มีตลาดนัดสินค้าราคาถูก ในทุกวันเสาร์บริเวณถนนหน้าศูนย์นักศึกษาพม่า เวลา 07:00-11:00 น. และที่สำคัญเมื่อถึงวันที่ 15 ของทุกเดือน ทุกคนก็จะได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนที่ทาง UNHCR จ่ายให้ในอัตรา ผู้ใหญ่ 800 บาท/คน เด็กโต อัตรา 400 บาท/คน และเด็กเล็ก ในอัตรา 200 บาท/คน

น้ำประปาบาดาล และไฟฟ้าภายในศูนย์ฯ เป็นการให้เปล่าทั้งหมด

คนไทยสมัครเป็นพม่า
จากความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างดี (เพียงแต่ไม่อิสระเสรี มีอิสระเพียงอยู่ในศูนย์เท่านั้น)  ทั้งที่อยู่อาศัย อาหาร ยารักษาโรค การศึกษา สาธรณูปโภค น้ำ ไฟฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  ล้วนแล้วแต่ UNHCR จัดแบบให้ฟรีทั้งหมด แถมยังมีค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนให้อีกด้วย   

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ ชาว อ.ปากท่อ หลายคนที่ตกงาน และมีที่อยู่อาศัยรอบๆ ศูนย์แห่งนี้ มาสมัครขอเป็นนักศึกษาพม่า และขอพักพิงในศูนย์ฯ เป็นจำนวนมาก แต่ทางศูนย์ฯ ไม่สามารถรับไว้ได้

อ่านต่อ ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนจบ การบริหาร-การสนับสนุน และอวสานของศูนย์

ที่มาข้อมูล
ปรีชา  เรืองจันทร์. (2543). ก๊อดอามี่  มณีลอย ปลุกราชบุรีเขย่าโลก. ราชบุรี : ธรรมรักษ์การพิมพ์.


อ่านต่อ >>