วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนที่ 2 ใครบ้างอยู่ในศูนย์ฯ

ต่อจาก ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนที่ 1 กำเนิดศูนย์

การเข้าพักอาศัยในศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย
หลักเกณฑ์ในการรับบุคคลสัญชาติพม่าเข้าพักอาศัยในศูนยนักศึกษาพม่านี้ ได้ปฏิบัติตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ลับ ด่วนมาก ที่ มท.(สศอ.) 0205/1982 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2538 และหนังสือด่วนมากที่ มท.0205.3/9827  ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2539  ดังนี้
  • กลุ่มที่ 1 บุคคลสัญชาติพม่าที่มีสถานศึกษา และอดีตข้าราชการ นักการเมือง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ลงบัญชีไว้เมื่อปี พ.ศ.2535 หากบุคคลดังกล่าวไปรายงานตัวขอเข้าพักในศูนย์ฯ ให้ทำการตรวบสอบสถานะ แล้วรับตัวเข้าพักในศูนย์ฯ โดยไม่ต้องดำเนินคดี  ทั้งนี้ให้รวมถึงครอบครัวของบุคคลดังกล่าวนี้ด้วย
  • กลุ่มที่  2 บุคคลสัญชาติพม่าที่อยู่ในความดูแลของข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR  (ย่อมาจาก United Nations High Commissioner for Refugees) หากไปรายงานตัวขอเข้าพักในศูนย์ฯ ให้นำตัวไปดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เมื่อสิ้นสุดคดี ให้นำตัวเข้าไปไว้ในศูนย์ฯ เป็นการชั่วคราว โดยไม่มีการออกบัตรประจำตัวและใบอนุญาตให้เดินทางออกนอกศุนย์ จนกว่ากระทรวงมหาดไทยจะได้รับทะเบียนประวัติข้อมูลบุคคล (BIO-DATA) ของบุคคลเหล่านั้นจาก UNHCR จึงจะขออนุญาตให้เข้าพักในศูนย์ฯ อย่างเป็นทางการต่อไป 

จำนวนผู้ที่พักอยู่ในศูนย์ฯ
ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้เมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2543 มีนักศึกษาพม่าที่พักอยู่ในศูนย์มณีลอย รวม 1,746 คน  แยกเป็น ชาย 807 คน หญิง 447 คน เด็กชาย 253 คน เด็กหญิง 239 คน ถูกเพิกถอนสภาพแล้ว  28 คน เสียชีวิต 35 คน ในด้านการศึกษาสามารถจำแนกได้ ดังนี้
  • ปริญญาเอก  1  คน
  • ปริญญาตรี  110 คน
  • มัธยมปลาย  280 คน
  • มัธยมต้น 240 คน
  • อ่านออกเขียนได้ 400 คน
  • ไม่รู้หนังสือ 140 คน
ผู้ที่พักอยู่ในศูนย์มณีลอยแห่งนี้ มีครอบครัวแล้วประมาณ 70% ซึ่งกลุ่มนี้มุ่งไปสู่ประเทศที่สาม ส่วนกลุ่มที่ยังโสดนั้น ยังมีความคิดว่า หากสถานการณ์ในพม่าดีขึ้นจะกลับไปประเทศพม่าเพื่อต่อสู้ทางการเมืองอีก ถิ่นกำเนิดส่วนใหญ่มาจาก รัฐกะเหรี่ยง มอญ มัณฑะเล ย่างกุ้ง ทวาย เมียวดี



กลุ่มต่างๆ ในศูนย์ฯ
เนื่องจากนักศึกษาพม่ามีความคิดหลากหลายนิยมประชาธิปไตยอย่างรุนแรงคงามคิดเสรีอย่างสุดโต่ง จึงแตกแยกในความคิดและวิธีดำเนินงานอย่างมาก ไม่มีกลุ่มใดมีอิทธิพลเหนือกลุ่มใด ทุกกลุ่มเป็นอิสระต่อกัน  มีผู้นำกลุ่มของตนเอง การแข่งขันระหว่างกลุ่มสูง การแสดงออกต่างๆ จะออกมาในรูปแบบที่รุนแรงมาก ควบคุมยาก ภายในศุฯย์สามารถแบ่งได้ออกเป็น 15 กลุ่ม ดังนี้

สัญชาติกะเหรี่ยง
  • กลุ่ม KSO  มี พ.ต.โรเบิร์ตสัน เป็นผู้นำ
  • กลุ่ม OKRSO ยังไม่มีผู้นำที่แท้จริง
  • กลุ่ม KNC มี ดร.มาลา เป็นผู้นำ
  • กลุ่ม KYSO  มี ซูเวน  เป็นผู้นำ
สัญชาติมอญ
  • กลุ่ม OMNSO มี เอเวน เป็นผู้นำ (กลุ่มนี้ใหญ่เป็นอันดับสอง มีสมาชิกประมาณ 200 คน)
  • กลุ่ม OMYSO มี พระหม่อง เป็นผู้นำ
สัญชาติพม่า
  • กลุ่ม RPLS  มี ทงอ่องโจ เป็นผู้นำ
  • กลุ่ม PLF มี เมี๊ยะอ่อง เป็นผู้นำ
  • กลุ่ม PDF มี ยาอ่อง เป็นผู้นำ
  • กลุ่ม ONSOB มี ซิพวย เป็นผู้นำ
  • กลุ่ม ABBESU มี เมี๊ยะโจอ่อง เป็นผู้นำ
  • กลุ่ม ABYMY มี เปียนยา เป็นผู้นำ
  • กลุ่ม FMASA มี เหง่หลี เป็นผู้นำ (กลุ่มนี้ใหญ่เป็นอันดับสอง มีสมาชิกประมาณ 200 คน)
  • กลุ่ม BSA มี ไนท์ วิน เป็นผู้นำ (กลุ่มนี้ใหญ่ที่สุด มีสมาชิกถึง 500 คน)
  • กลุ่ม NSL ยังไม่มีผู้นำที่แท้จริง

แกนนำสำคัญ
บุคคลที่เป็นแกนนำสำคัญที่นักศึกษาเชื่อถือและมีบทบาทในการปลุกใจให้เกิดความกระตือรือร้นรุกรบและต่อสู้ในกิจกรรมเคลื่อนไหวเรียกร้องต่างๆ ได้แก่  จอนห์นี่, ปรีดา, เหม่าทุย,  พ.ต.โรเบิร์ตสัน,  พระหม่อง, พระเปียนยา,  อ่องซู,  ชาลี, เมฮิตา,  บาตาน. ตันติฮัน,  ติชา,  ซูซู,  ยียี,  หม่อง,  หม่องมอ,  เยดิ,  เมี๊ยะร่วย,  เยนผิ,  ติฮะ,  เต เต รวย,  ซ่อไป่,  ตาอู่,  แตงเตททู,  เต็งตาอู

อ่านต่อ ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนที่ 3 อยู่กันอย่างไรในมณีลอย


ที่มาข้อมูล
ปรีชา  เรืองจันทร์. (2543). ก๊อดอามี่  มณีลอย ปลุกราชบุรีเขย่าโลก. ราชบุรี : ธรรมรักษ์การพิมพ์. 
อ่านต่อ >>

ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนที่ 1 กำเนิดศูนย์

จากการที่พม่ามีการปกครองในระบบสังคมนิยมในนามของ พรรคสังคมนิยมพม่า โดยมีพรรคทหารพรรคเดียวมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2505 ได้เกิดปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ มีการคอรัปชั่นในวงราชการอย่างมหาศาล ประชาชนถูกจำกัดเสรีภาพมาโดยตลอด จนกระทั่งเดือนสิงหาคม พ.ศ.2530 นักศึกษา ประชาชนทั่วประเทศ ได้รวมตัวกันชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย และรัฐบาลทหารได้ส่งกำลังทหารเข้าล้อมปราบปรามอย่างรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก นักศึกษาและประชาชนจึงหลบหนีเข้าไปอยู่กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทย-พม่า และบางส่วนได้หลบหนีเข้าลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในประเทศไทย

ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดย พล.อ.ซอ หม่อง ได้จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2531 และได้ใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามกลุ่มต่อต้านต่างๆ ทำให้นักศึกษาและประชาชนพม่าหลบหนีเข้าร่วมกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยและหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น จากนั้นรัฐบาลทหาร พล.อ.ซอ  หม่อง ได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2533 แต่รัฐบาลพม่ากำหนดเงื่อนไขหลายประการที่ส่อให้เห็นว่ารัฐบาลทหารคงจะไม่ยอมโอนอำนาจจากการบริหารประเทศให้แก่ พรรค National League for Democracy  (NLD) ของนางออง ซาน ซูจี ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งมากที่สุด

ดังนั้นเมื่อเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2533 จึงเกิดการประชุมประท้วงครั้งใหญ่ของนักศึกษา ประชาชน พระสงฆ์ และนักการเมือง ซึ่งรัฐบาลทหารได้ใช้กำลังปราบปรามอย่างเฉียบขาด ยังผลให้นักการเมือง นักศึกษา ครู อาจารย์ พระสงฆ์ ฯลฯ เป็นจำนวนมากต้องหลบหนีเข้ามาลี้ภัยในประเทศไทย

กำเนิดศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย
เกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ในพม่า รัฐบาลไทยตระหนักถึงความสำคัญตลอดมา เนื่องจากปัญหาที่อาจมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กับปัญหาความมั่นคงและภาพพจน์ของประเทศไทยในสายตาของนานาชาติ รัฐบาลไทยจึงมีการกำหนดมาตรการการดำเนินการต่อผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวพม่าด้วยความรอบคอบ มีการพิจารณาทบทวนแก้ไขหลายครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 เป็นต้นมา จนกระทั่งถึงรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอานันท์  ปันยารชุน ได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2534 อนุมัติให้จัดตั้ง "ศูนย์นักศึกษาพม่า" ขึ้น ณ บ้านมณีลอย ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี กำนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมนักศึกษาพม่าที่หลบซ่อนอยู่ในราชอาณาจักรไทย

ที่ตั้งศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี
ภาพจาก Google 

โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  ใช้อำนาจตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และอนุมัติงบประมาณจากงบกลางประจำปี 2534 เป็นค่าใช้จ่ายในการเตรียมการและดำเนินงานศูนย์นักศึกษาพม่า ในระยะแรกเป็นเงินทั้งสิ้น 13,857,985 บาท โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างซ่อมแซมเตรียมสถานที่ตั้งแต่วันที่  3 สิงหาคม 2535 และได้รับนักศึกษาพม่าเข้าพักอาศัยในศูนย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม  2535 เป็นต้นมา

ภายในศูนย์ฯ มีพื้นที่ 200 ไร่ มีอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ดังนี้
  1. อาคารอำนวยการ  1 หลัง
  2. อาคารรักษาการณ์   2 หลัง
  3. อาคารสื่อสาร  1 หลัง
  4. อาคารพยาบาล 1 หลัง
  5. บ้านพักเจ้าหน้าที่  4 หลัง
  6. เรือนพักเจ้าหน้าที่ (ห้องแถว) 1 หลัง
  7. โรงนันทนาการ  1  หลัง
  8. โรงอาหาร  1 หลัง  
  9. อาคาเรียนรวม 2 หลัง
  10. อาคารเรียนชั่วคราว  1 หลัง
  11. โรงนอนที่ 1 อาคารคอนกรีต 2 ชั้น   1   หลัง
  12. โรงนอนที่  2 อาคารไม้ชั้นเดียว  1  หลัง
  13. โรงนอนที่ 3 อาคารเล็ก  2 หลัง
  14. เรือนแถวที่พักครอบครัว   2  หลัง
  15. โรงนอนถาวร   8  หลัง
  16. โรงนอนชั่วคราว (คสล.)  4  หลัง
  17. โรงนอนชั่วคราว (ไม้มุงจาก)  28  หลัง
  18. โรงจ่ายอาหารแห้ง   1   หลัง
  19. โรงครัวประกอบอาหาร  4  หลัง
  20. ที่ทำการชั่วคราว  UNHCR 1 หลัง
  21. อาคารสัมภาษณ์และเยียมญาติ  1  หลัง
อ่านต่อ ศูนย์นักศึกษาพม่ามณีลอย ตอนที่ 2 ใครบ้างอยู่ในศูนย์ฯ


ที่มาข้อมูล
ปรีชา  เรืองจันทร์. (2543). ก๊อดอามี่  มณีลอย ปลุกราชบุรีเขย่าโลก. ราชบุรี : ธรรมรักษ์การพิมพ์.
 
อ่านต่อ >>

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

การแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.ราชบุรี พ.ศ.2554

คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรี ได้ออกประกาศฯ เมื่อ 23 มี.ค.2554 เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดราชบุรี  ออกเป็น 3 รูปแบบ เพื่อให้ประชาชนได้เสนอความเห็นชอบและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละรูปแบบไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรี ภายใน 5 วัน คือวันที่ 24-28 มี.ค.2554 โดยมีข้อมูลพื้นฐาน คือ
  1. จำนวนเขตเลือกตั้ง 5 เขต
  2. จำนวน ส.ส.ทั้งจังหวัด 5 คน (เขตเลือกตั้งละ 1 คน)
  3. จำนวนประชากรรวมทั้งจังหวัด 839,075 คน (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2553)
  4. จำนวนประชากรต่อ ส.ส.  1 คน 167,815 คน
โดยในแต่ละรูปแบบการแบ่งเขต มีรายละเอียด ดังนี้


รูปแบบที่ 1 (ใช้รูปแบบนี้)

รูปแบบที่ 1
แบ่งออกเป็น 5 เขตประกอบด้วย
  • เขตเลือกตั้งที่ 1  อ.เมืองราชบุรี (ยกเว้น ต.น้ำพุ, ต.ห้วยไผ่,ต.ดอนแร่,ต.อ่างทอง) มีประชากรรวม 168,361 คน (ชาย 83,171 คน,หญิง 85,190 คน)
  • เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.เมืองราชบุรี (เฉพาะ ต.น้ำพุ, ต.ห้วยไผ่,ต.ดอนแร่, ต.อ่างทอง), อ.ปากท่อ,อ.สวนผึ้ง, อ.วัดเพลง และ อ.บ้านคา มีประชากรรวม 166,341 คน (ชาย 82,980 คน, หญิง 83,361 คน)
  • เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.โพธาราม (ยกเว้น ต.บ้านฆ้อง,ต.บ้านสิงห์,ต.ดอนทราย) อ.จอมบึง มีประชากรรวม 167,095 คน (ชาย 81,506 คน,หญิง 85,589 คน)
  • เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.บ้านโป่ง มีประชากรรวม 169,900 คน (ชาย 81,592 คน, หญิง 88,308 คน) 
  • เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.ดำเนินสะดวก, อ.บางแพ,อ.โพธาราม (เฉพาะ ต.บ้านฆ้อง, ต.บ้านสิงห์, ต.ดอนทราย) ประชากรรวม 167,378 คน (ชาย 80,350 คน, หญิง 87,028 คน)

รูปแบบที่ 2

รูปแบบที่ 2
แบ่งออกเป็น 5 เขต ประกอบด้วย
  • เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองราชบุรี (ยกเว้น ต.น้ำพุ, ต.ห้วยไผ่,ต.ดอนแร่,ต.อ่างทอง) มีประชากรรวม 168,361 คน (ชาย 83,171 คน,หญิง 85,190 คน)
  • เขตเลือกตั้งที่ 2  อ.เมืองราชบุรี (เฉพาะ ต.น้ำพุ, ต.ห่วยไผ่,ต.ดอนแร่,ต.อ่างทอง) อ.ปากท่อ, อ.สวนผึ้ง, อ.วัดเพลง,อ.บ้านคา,อ.จอมบึง (เฉพาะ ต.รางบัว) มีประชากรรวม 175,250 คน (ชาย 87,387 คน,หญิง 87,863 คน)
  • เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.โพธาราม (ยกเว้น ต.บ้านฆ้อง,ต.บ้านสิงห์) อ.จอมบึง (ยกเว้น ต.รางบัว) มีประชากรรวม 165,409 คน (ชาย 80,510 คน,หญิง 84,899 คน)
  • เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.บ้านโป่ง มีประชากรรวม 169,900 คน (ชาย 81,593 คน,หญิง 88,308 คน)
  • เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.ดำเนินสะดวก, อ.บางแพ, อ.โพธาราม (เฉพาะ ต.บ้านฆ้อง, ต.บ้านสิงห์) มีประชากรรวม 160,155 คน (ชาย 76,939 คน, หญิง 83,216 คน)

รูปแบบที่ 3

รูปแบบที่ 3
แบ่งออกเป็น 5 เขต ประกอบด้วย
  • เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองราชบุรี มีประชากรรวม 195,291 คน (ชาย 96,296 คน,หญิง 98,995 คน)
  • เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.ปากท่อ, อ.สวนผึ้ง,อ.วัดเพลง, อ.บ้านคา มีประชากรรวม 139,411 คน (ชาย 69,855 คน, หญิง 69,556 คน)
  • เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.โพธาราม, อ.จอมบึง มีประชากรรวม 194,739 คน (ชาย 94,642 คน, หญิง 100,097 คน)
  • เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.บ้านโป่ง มีประชากรรวม 169,900 คน (ชาย 81,592 คน,หญิง 88,308 คน)
  • เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.ดำเนินสะดวก, อ.บางแพ มีประชากรรวม 139,734 คน (ชาย 67,214 คน,หญิง 72,520 คน)
ผลการประกาศว่าจะใช้การแบ่งเขตเลือกตั้งใดนั้น ยังไม่ได้ประกาศ
สรุป การแบ่งเขตเลือกตั้งใช้รูปแบบที่ 1

ที่มาข้อมูล
ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรี เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกาศ ณ วันที่ 23 มี.ค.2554
อ่านต่อ >>